ชาวอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ

การแสดงออกด้านความเชื่อประเพณีและพิธีกรรมความเชื่อของชาวอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะในปัจจุบันแม้ว่าตามทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนของชาวบ้านบนเกาะจะระบุเอาไว้ว่านับถือพุทธศาสนา แต่ศาสนาพุทธก็ไม่ได้เติบโตอย่างเต็มที่นักและอย่างไรก็ตามชาวอิรักลาโว้ยก็ยังคงมีความเชื่อเกี่ยวกับภูตผีและวิญญาณบรรพบุรุษซึ่งถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวอูรักลาโว้ยดังแสดงออกอยู่ในความคิดของชาวอูรักลาโว้ยส่วนใหญ่ของชุมชนหนึ่งในตัวอย่างนี้เช่นชาวอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะเชื่อว่าการที่เกาะหลีเป๊ะไม่โดนคลื่นยักษ์สึนามิถล่มเมื่อปลายปี 2547 ก็เนื่องด้วยอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของโต๊ะผู้เป็นเจ้าเกาะช่วยเหลือไว้หรือในกรณีที่นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติบางรายเกิดอาการปวดท้องไม่สบายเป็นไข้หนาวสั่นชาวอูรักลาโว้ยก็เชื่อว่าสืบเนื่องมาจากนักท่องเที่ยวคนนั้นกระทำการไม่เหมาะสมหรือไม่เคารพเจ้าที่วิญญาณบรรพบุรุษของพวกเขาเช่นการปัสสาวะในที่ใดบนเกาะโดยไม่ได้ขออนุญาตทำให้เจ้าที่หรือวิญญาณบรรพบุรุษของพวกเขาลงโทษเป็นต้น

ปัจจุบันแม้ชาวอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะจะยังคงมีความเชื่อเกี่ยวกับภูตผีวิญญาณบรรพบุรุษอยู่ แต่การแสดงออกให้เห็นเป็นรูปธรรมนั้นลดลงไปมากจะเห็นได้จากประเพณีและพิธีกรรมต่าง ๆ ที่เคยปฏิบัติสืบทอดกันมาปัจจุบันกลับคงเหลือพิธีกรรมต่าง ๆ อยู่น้อยมากพบว่าชาวอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะยังคงให้ความสำคัญกับประเพณีการลอยเรือเพียงเท่านั้นส่วนพิธีกรรมอื่น ๆ เช่นพิธียาปืนยูซึ่งหมายถึงการบูชาเต่าทะเลพิธีปูยาลาโว้ยหมายถึงการบูชาทะเลหรือพิธีดูลาบาลาหมายถึงพิธีการสะเดาะเคราะห์พิธีกรรมเหล่านี้ได้สิ้นสุดลงคงเหลือ แต่การทำพิธีลอยเรือซึ่งโต๊ะหมอผู้ประกอบพิธีกรรมคนปัจจุบันเห็นว่าเป็นพิธีกรรมที่คลอบคลุมทุกเรื่องอยู่แล้ว”

พิธีลอยเรียของชาวอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะในยุคนี้นอกจากจะจัดขึ้นตามความเชื่อดั้งเดิมคือเพื่อลอยเคราะห์ลอยบาปบูชาบรรพบุรุษและเพื่อเสี่ยงทายถึงความสำเร็จในอาชีพการงานแล้วปัจจุบันพิธีลอยเรือถูกจัดขึ้นเพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้าสู่เกาะหลีเป๊ะมากขึ้นทำให้พิธีลอยเรือในปัจจุบันนอกจากจะมีชาวอูรักลาโว้ยในชุมชนเข้าร่วมพิธีแล้วยังพบว่ามีนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจเข้าร่วมในพิธีด้วยเช่นเข้าร่วมเต้นรำในพิธีหรือซื้อหาขนมมาร่วมพิธีเป็นต้นและความแปลกที่เห็นได้ชัดเจนคือการรำรองเง็งในพิธีลอยเรือ

พิธีลอยเรือ

การจัดพิธีในช่วงวันเพ็ญเดือนหก ตกราวเดือนพฤษภาคมและช่วงเดือนสิบสอง เดือนพฤศจิกายน ชาวเลจัดพิธีลอยเรือ เป็นประเพณีสืบต่อกันมาหลายชั่วคน ตั้งแต่สมัยโต๊ะฆีรี จุดมุ่งหมาย คือ การลอยบาป สะเดาะเคราะห์ ทำให้ทุกข์โศกโรคภัยเสื่อมสลายไป และเพื่อเป็นการเสี่ยงทายเรื่องการทำมาหากินจะอัตคัดขาดแคลนหรือโชคดีมีลาภ ดูจากเรือที่ลอยไปในทะเล

เมื่อถึงวันขึ้น ๑๔ ค้ำ ผู้ชายจะเข้าป่าเพื่อตัดไม้ระกำามาทำเป็นเรือ รูปร่างคล้ายเรือใบ ยาวประมาณ ๑ เมตร กว้างพอประมาณ ฝ่ายผู้หญิงจัดเตรียมขนมนมเนย ข้าวตอกดอกไม้ เพื่อเตรียมไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ฝ่ายหนึ่งจัดเตรียมสถานที่ริมชายหาด หญิงแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสวยงามสีฉูดฉาด แล้วเวลาย่ำรุ่งของวันขึ้น ๑๕ ค่ำ ชาวเลทั้งหมดจะไปชุมนุมกันบริเวณชายหาด เอาสิ่งของที่เตรียมไว้ใส่ในเรือ เช้ายามแสงทองจับฟ้าทุกคนจะอธิษฐาน ทำพิธีลอยเรือลงทะเล คือ ช่วยกันหามไปปล่อยกลางทะเลห่างจากฝั่งพอสมควร เป็นอันเสร็จพิธีลอยเรือ ในพิธีลอยเรือชาวเลจะสนุกสนาน รื่นเริงกันเต็มที่ เริ่มตั้งแต่วันขึ้น ๑๔ ค่ำถือเป็นวันก่อนงาน วันขึ้น ๑๕ ค่ำ วันประกอบพิธีแล้วสิ้นสุดในวันแรมหนึ่งค่ำการละเล่นที่ขึ้นหน้าขึ้นตา คือ เล่นลงปง หรือรองเง็ง เป็นประเภทระบำพื้นเมือง คล้ายการเล่นรำวง มีการร้องเพลงโต้ตอบกันระหว่างคู่รำ เนื้อเพลงเป็นเรื่องการเกี้ยวพาราสีหยอกล้อกันระหว่างหญิงชาย เครื่องดนตรีมีไวโอลิน รำมะนา คณะรองเง็งมีอยู่ในหมู่บ้านนางรำ คือ หญิงสาวทั้งหลายที่สนใจการร้องรำทำเพลง เพลงที่ใช้รำมีหลายเพลง เช่น มะอีนัง ลาฆูดัว สีตีปายง

 

 

ที่มาของข้อมูล

ดาฤนัย จรูญทอง, ประวัติศาสตร์ชุมชนอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๙๓ –

๒๔๔๙.” ปริญญานิพนธ์ อักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๐

ข้อมูลเรียบเรียงจาก  ทรงภพ วารินสะอาด