หาดกรวดหินงาม

เกาะหินงาม : ความงามที่คลื่นน้ำรังสรรค์ “ผู้ใดบังอาจเก็บหินจากเกาะนี้ไป ผู้นั้นจะพบซึ่งความหายนะนานัปการ”

ป้ายคำสาปนี้ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะอาดังไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 3 กิโลเมตร ชื่อว่า “เกาะหินงาม” หรือเกาะบุโล๊ะ เกาะแห่งนี้มีขนาดประมาณ 200 x 600 เมตร ลักษณาการสำคัญที่ดึงดูดนักเดินทางให้ต้องแวะไปชม คือก้อนหินอันกลึงกลมจำนวนมหาศาล งดงามราวกับถูกขัดถูจากช่างฝีมือมานมนาน ก่อนนำมากองรวมกัน แล้วแผ่ผืนกลายเป็นสันดอนกรวดหินงามบนเนื้อที่ประมาณ 3 – 4 ไร่ ปลายแหลมทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ แต่ช่างฝีมือที่ว่านี้ไม่ใช่มนุษย์ หากแต่เป็นฝีมือรังสรรค์จากธรรมชาติล้วนๆ โดยเฉพาะกระแสคลื่นน้ำที่หลากไหลลูบโลมก้อนหิน ซ้ำไปซ้ำมาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน กระทั่งหินเกิดการขัดสี และกร่อนสลายจนเกลี้ยงกลม คงเหลือเฉพาะส่วนที่แกร่ง แสดงริ้วลายแทรกสลับชั้นให้เห็นอย่างสวยงาม นักธรณีวิทยา อธิบายว่า หินที่พบบนเกาะนี้ คือ “หินฮอร์นเฟลส์” (Hornfel) ซึ่งจัดเป็นหินแปรชนิดหนึ่ง (กลุ่มหินแก่งกระจาน ยุคเพอร์เมียน) ที่เกิดจากการแปรสัมผัสจากหินเดิมที่มีเนื้อละเอียด เช่น หินดินดาน หินโคลน หรือหินชนวน เป็นต้น โดยการแปรแบบสัมผัสบริเวณนี้ เกิดขึ้นเมื่อหินเดิมได้รับความร้อนจากการแทรกดันตัวขึ้นมาของแมกมา หรือหินอัคนีชนิดหินแกรนิต ทำให้แร่เกิดการเปลี่ยนแปลงและหินเดิมเกิดความแกร่งมากขึ้น จากการนำหินไปศึกษา แร่ประกอบหลักที่พบ คือแร่ไมกา แร่เฟลด์สปาร์ แร่ควอตซ์ และมีแร่ในกลุ่มคลอไรต์เล็กน้อย ว่ากันว่า แหล่งกำเนิดของหินงามเหล่านี้จะอยู่ทางใต้ของเกาะ โดยกระแสคลื่นน้ำได้ทำให้ชั้นหินฮอร์นเฟลส์ ที่มีแนวแตกหลายทิศทาง เกิดการแตกหักออกเป็นก้อนขนาดเล็กลง เสริมกับแรงของกระแสน้ำเลียบชายฝั่ง ก้อนหินจึงถูกขัดสีซ้ำไปมาจนกลมมน และเล็กลงตามระยะทางที่ถูกพัดพา แล้วไปสะสมตัวกลายเป็นหาดกรวดหินอยู่ในตำแหน่งปัจจุบันบนเกาะ แลดูเกลื่อนกล่นมันวาว โดยเฉพาะเวลาที่ต้องประกายแดด ในมุมมองทางธรณี หินฮอร์นเฟลส์จัดเป็นหินแปรแบบไม่มีริ้วขนาน (non – foliate) เม็ดแร่ไม่มีการเรียงตัว หินมีเนื้อละเอียด สีดำหรือน้ำตาลเข้ม ถ้าประกอบด้วยผลึกขนาดเล็กของแร่ไบโอไทต์จำนวนมาก หินจะมีเนื้อเนียนและวาวคล้ายกำมะหยี่ และมีการเล่นแสงเมื่อแสงตกกระทบ