เกาะหลีเป๊ะ

เกาะหลีเป๊ะ ตั้งอยู่ในเขตตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ห่างจากฝั่งประมาณ 65 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือปากบารา 1.30 – 2 ชั่วโมง ตัวเกาะมีพื้นที่ประมาณ 4 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศใต้ของเกาะอาดัง ห่างกันเพียงแค่ราว 2 กิโลเมตร เกาะหลีเป๊ะ เดิมชื่อ “เกาะนีปิส” เป็นภาษาชาวเลอุรักลาโว้ย แปลว่า “บาง” ด้วยมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบเกือบทั้งเกาะ เหมาะสมต่อการตั้งถิ่นฐาน กลางเกาะเคยมีหนองน้ำอยู่ ซึ่งครอบครัวของชาวเลอูรักลาโว้ยในยุคแรกได้ใช้เป็นบริเวณสำหรับเพาะปลูกข้าว ภูมิลักษณ์ทางตอนเหนือและตอนใต้ของเกาะจะมีที่ราบบริเวณกว้าง และมีหาดทรายขาวละมุนทอดตัวโค้งเว้าเป็นแนวยาว ดังโอบกอดตัวเกาะไว้ในอ้อมแขน หาดทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และเป็นจุดจอดหลักของเรือโดยสาร คือ “หาดพัทยา” คำนี้เรียกเพี้ยนมาจากคำเดิมคือ “หาดปะไตดายา” (หาดลมตะวันตก) หรือ “หาดบันดาหยา” จนกลายเป็นชื่อพัทยาติดปากอยู่ในปัจจุบัน (หาดพัทยาที่เป็นท่าเทียบเรือเร็วโดยสาร) ฟากตะวันออกและตะวันตกของเกาะ จะเป็นเนินสูงขึ้นเล็กน้อย แล้วลาดลงเป็นแนวโขดหินติดกับทะเล ชายหาดด้านตะวันออกเรียกว่า “หาดชาวเล” หรือ “หาดซันไรส์” แถบนี้เป็นที่ตั้งของหมู่บ้าน โรงเรียนและสถานีอนามัย (หาดซันไรส์ในมุมสูง) หาดยาวฝั่งตะวันตกเรียกว่า “หาดซันเซ็ต” หรือ “หาดประมง” เหมาะกับการนั่งทอดตามองแสงสุดท้ายยามอาทิตย์อัสดง แสงสีส้มที่ค่อยๆ อาบไล้ผืนทรายเม็ดละเอียดขาวนวล เป็นห้วงยามโรแมนติกที่อาจทำให้ใครหลายคนลืมหายใจ (หาดประมงจะพบหินแกรนิตโผล่ให้เห็นที่ริมหาด) และในวันที่ท้องฟ้าสดใส เพียงนั่งเรือออกไปจากแนวชายหาดไม่ไกล รายรอบเกาะล้วนแต่งแต้มไปด้วยแนวป่าปะการังงดงามหลากสี และฝูงปลาหลากรูปทรงสีสัน บางบริเวณมีลักษณะเฉพาะคือเวลาน้ำลดจะปรากฏลานกว้างของหมู่ปะการังให้เห็น กิจกรรมดำน้ำชมความงามใต้ท้องทะเล จึงเป็นกิจกรรมหลักที่นักเดินทางที่มาเยือนเกาะหลีเป๊ะชื่นชอบ และปรารถนาจะกลับมาชมอีกอย่างไม่รู้เบื่อ หากลองพิจารณาโขดเขาและก้อนหินที่พบบนเกาะหลีเป๊ะ ทั้งหมดล้วนเป็นหินแกรนิต ยุคไทรแอสซิก (208 – 245 ล้านปีมาแล้ว) จัดเป็นหินอัคนีแทรกซอน (intrusive igneous rock) ชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดจากการเย็นตัวของแมกมา (magma) ที่อยู่ใต้เปลือกโลก ขณะที่เคลื่อนขึ้นมาใกล้ผิวโลก แมกมาจะมีการถ่ายเทความร้อน และอุณหภูมิจะลดลงช้าๆ อย่างต่อเนื่อง เกิดผลึกแร่ขนาดใหญ่ เห็นรูปผลึกชัดเจน แล้วค่อยๆ แข็งตัวกลายเป็นหิน หินแกรนิตบนเกาะหลีเป๊ะ มีรูปลักษณ์ส่วนใหญ่เป็นหินทัวร์มาลีน – ไบโอไทต์แกรนิต (tourmaline – biotite granite) เนื้อดอก สีเทาจาง เนื้อปานกลาง – เนื้อหยาบ ไม่มีการเรียงตัว  แร่ประกอบสำคัญ คือแร่ควอตซ์ แร่เฟลด์สปาร์ แร่ไบต์โอไทต์ แร่ฮอร์นเบลน และแร่ทัวร์มาลีน แร่ดอกจะพบผลึกแร่เฟลด์สปาร์ขนาดใหญ่ประมาณ 0.5 – 2 เซนติเมตร ในปริมาณราว 20 – 40% ของหินทั้งก้อน ในเนื้อพื้นของหิน บางบริเวณพบสายแร่ควอตซ์ขนาดเล็กๆ กว้างประมาณ 3 – 10 เซนติเมตร และพบแร่ทัวร์มาลีน สีดำ ฝังประร่วมอยู่ด้วยจำนวนมาก แร่สีดำเหล่านี้เมื่อหินผุพังกร่อนสลาย บางส่วนจะเกิดการสะสมตัวอยู่บริเวณชายหาดร่วมกับเม็ดทรายสีขาว (แร่ควอตซ์) เกิดเป็นลักษณะเฉพาะที่งดงามแปลกตาแตกต่างจากแหล่งอื่นๆ