หอสี่หลัง

หอสี่หลัง เป็นเนินทรายกลางทะเล ตั้งอยู่ปากทางออกของคลองท่าอ้อย ซึ่งเป็นคลองที่กั้นเขต อ.ปะเหลียน จ.ตรัง และ อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล คำว่า “สี่หลัง” หมายถึงเนินทรายสี่เนินที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำทะเลเมื่อยามน้ำลง ในปัจจุบันลักษณะภูมิประเทศบริเวณหอสี่หลังประกอบด้วยเนินทรายทอดยาวต่อกัน ล้อมรอบด้วยหาดเลนและแนวหญ้าทะเลขนาดใหญ่ซึ่งมีพรรณสัตว์และพืชอาศัยอยู่นานาชนิด มีพืชชายเลนขึ้นอยู่เป็นหย่อม
ความโดดเด่นของหอสี่หลังที่ทำให้พื้นที่แห่งนี้สมควรได้รับการอนุรักษ์อย่างเร่งด่วน คือ การพบหญ้าทะเลชนิด หญ้าใบพาย Halophila beccarii ซึ่งเป็นหญ้าทะเลที่มีขนาดเล็กที่สุดในประเทศไทย และเป็นหญ้าทะเลเพียงชนิดเดียวของประเทศไทยที่มีสถานภาพเป็นชนิดที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (Vulnerable species) ตามบัญชีแดงของสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN redlist) ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นและครอบคลุมพื้นที่เป็นผืนใหญ่ หญ้าชนิดนี้มีความกว้างของแผ่นใบเพียง 1-3 มม. ความยาวแผ่นใบประมาณ 5-10 มม. จึงทำให้มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า “หญ้าเงาแคระ” ลักษณะที่แตกต่างจากหญ้าทะเลชนิดอื่นๆ ในสกุลเดียวกันคือ แผ่นใบเรียวยาวคล้ายใบพายอันเป็นที่มาของชื่อสามัญว่า “หญ้าใบพาย” การพบหญ้าทะเลขนาดเล็กนี้งอกบนหาดเลนของหอสี่หลังเป็นผืนใหญ่ ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจยิ่ง เพราะพบได้ยากตามชายฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทย แต่กลับพบได้เป็นจำนวนมาก ณ หอสี่หลังแห่งนี้ และเป็นที่น่าสนใจว่าเพราะเหตุใดจึงพบหญ้าชนิดนี้เป็นจำนวนมากที่หอสี่หลัง โดยอาจเป็นเพราะลักษณะตะกอนดินในพื้นที่มีความเหมาะสม มีสารอาหารสมบูรณ์ และถูกรบกวนน้อย อย่างไรก็ตามสาเหตุที่หญ้าทะเลชนิดนี้มีความจำเพาะกับพื้นที่หญ้าสี่หลังนั้นก็ต้องมีการวิจัยอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ต่อไป
นอกจากหญ้าใบพายแล้ว ในพื้นที่แนวหญ้าทะเลและหาดเลนบริเวณหอสี่หลัง ยังพบสัตว์หน้าดินขนาดใหญ่จำนวนมาก และมีความหลากหลายสูง เช่น ปูก้ามดาบก้ามขาว ปูทหารก้ามโค้ง ไส้เดือนทะเลขนาดใหญ่ หอยชนิดต่างๆ ทากทะเล เนื่องจากเป็นพื้นที่ลักษณะปากแม่น้ำ มีการสะสมของสารอินทรีย์ และเป็นที่รวมของแพลงตอนก์พืช แพลงก์ตอนสัตว์ สัตว์หน้าดินขนาดใหญ่เหล่านี้เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์มีกระดูกสันหลัง เช่น ปลา และนกที่หากินตามชายฝั่งทะเล จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่าคลองท่าอ้อยและหอสี่หลังเป็นแหล่งที่นกกว่า 40 ชนิดใช้เป็นพื้นที่หากิน สะสมพลังงาน บางชนิดอพยพมาสร้างรังวางไข่ โดยมีนก 2 ชนิด ที่อยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ คือ นกหัวโตมลายู และนกกะเต็นใหญ่ปีกสีน้ำตาล นอกจากนี้ยังพบโลมาหลังโหนก Sousa chinensis ในพื้นที่อีกด้วย จะเห็นได้ว่าแนวหญ้าทะเลและหาดเลนบริเวณหอสี่หลัง มีความสำคัญในแง่ของการเป็นพื้นที่หากินของนกพันธุ์หายาก มีความสำคัญทางเศรษฐกิจในแง่ของแหล่งอาหารของปลาที่มีความสำคัญทางการประมง และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ในทะเล พื้นที่หอสี่หลัง เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานธรณีสตูล (Satun UNESCO Global Geopark) ซึ่งเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งแรกของประเทศไทย ที่ได้รับการจัดตั้งเมื่อปี 2561 (UNESCO 2018) สำนักงานพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) คณะวิทยาศาสตร์ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา ได้จัดตั้งโครงการ “การบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นของระบบนิเวศชายฝั่งทะเลในอุทยานธรณีโลกสตูล เพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืน” ขึ้น ในปี 2563 เพื่อจัดทำฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพและจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติระบบนิเวศชายฝั่งทะเลในอุทยานธรณีสตูล ซึ่งรายงาน “แนวทางการอนุรักษ์แนวหญ้าทะเลและหาดเลนหอสี่หลัง อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล” เล่มนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการดังกล่าว ที่เน้นการอนุรักษ์พื้นที่หอสี่หลังอันมีความโดดเด่นและมีระบบนิเวศชายฝั่งทะเลที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในอุทยานธรณีสตูล โดยนำเสนอข้อมูลพื้นฐานเน้นสิ่งมีชีวิตกลุ่มเด่น ได้แก่ หญ้าทะเล สัตว์หน้าดิน และกลุ่มนกชายฝั่ง และเสนอแนวทางการจัดการอนุรักษ์พื้นที่เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติบริเวณหอสี่หลังให้มีความยั่งยืนต่อไป

1. ข้อมูลพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตกลุ่มเด่น
1.1 หญ้าทะเล
1.1.1 หญ้าใบพาย
ชื่อวิทยาศาสตร์: Halophila beccarii Ascherson
ชื่อสามัญ: หญ้าใบพาย, หญ้าเงาแคระ
Common name: Estuarine spoon-grass
ลักษณะสำคัญ
หญ้าใบพายเป็นหญ้าทะเลที่มีขนาดเล็กที่สุดในประเทศไทยมีความกว้างของแผ่นใบเพียง 1-3 มม. ความยาวแผ่นใบประมาณ 4-10 มม. จึงทำให้มีชื่อสามัญอีกชื่อว่า “หญ้าเงาแคระ” ลักษณะที่แตกต่างจากหญ้าทะเลชนิดอื่นๆ ในสกุลเดียวกันคือ แผ่นใบเรียวยาวคล้ายใบพายอันเป็นที่มาของชื่อสามัญว่า “หญ้าใบพาย” ในบางครั้งพบว่าบนใบมีรงควัตถุสีแดงเป็นแถบตามขวางตลอดแผ่นใบ ไม่มีเส้นใบตามขวาง แต่มีเส้นใบตามยาวขนานตามขอบใบ 2 เส้น ใบเจริญเป็นกลุ่มใบประมาณ 4 -10 ใบต่อข้อ  หญ้าใบพายเป็นหญ้าทะเลที่มีดอกเพศผู้และเพศเมียเจริญแยกกัน ดอกเพศผู้มีก้านชูดอกเจริญมาจากเหง้า มีกลีบดอกสีขาว 3 กลีบ ปลายกลีบดอกมน มีอับเรณู 3 อันอยู่ตรงกลาง ส่วนดอกเพศเมียเจริญมาจากเหง้าเช่นเดียวกันโดยมีรังไข่รูปรี ใส ส่วนปลายมียอดเกสรตัวเมีย 3 เส้น หญ้าใบพายนับได้ว่าเป็นพืชดอกที่มีขนาดเล็กที่สุดในท้องทะเลเลยก็ว่าได้

ข้อมูลจาก :
โปรแกรมการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
คณะวิทยาศาสตร์ และ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา