หน้าที่ 1 อุทยานธรณีคืออะไร

1.อุทยานธรณีโลกของยูเนสโก คือ

อุทยานธรณีโลกของยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks) อุทยานธรณีโลกของยูเนสโก คือ พื้นที่ที่รวมแหล่งและสภาพภูมิประเทศที่มีความสำคัญทาง ธรณีวิทยาในระดับนานาชาติ โดยพื้นที่เหล่านี้ได้รับการบริหารจัดการแบบองค์รวม ซึ่งประกอบด้วย การอนุรักษ์ การให้การศึกษา และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกอาศัยคุณค่าของมรดกทางธรณีวิทยา (Geological Heritage) ร่วมกับคุณค่าของมรดกทางธรรมชาติวิทยา และคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมในพื้นที่ ในการเสริมสร้างให้ เกิดความตระหนักรู้และความเข้าใจให้มากขึ้นในประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในสังคม เช่น การใช้ทรัพยากรในโลก อย่างยั่งยืน การบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก และการลดผลกระทบจากพิบัติภัย ธรรมชาติ เพื่อยกระดับความตระหนักรู้ของประชาชนให้เห็นความสำคัญของมรดกทางธรณีวิทยาตั้งแต่สังคม อดีตจนถึงปัจจุบัน อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกทำให้ชุมชนท้องถิ่นมีความภาคภูมิใจในท้องถิ่นตนเอง และ ทำให้มีเอกลักษณ์ของชุมชนท้องถิ่นกับพื้นที่อุทยานธรณีมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น การสร้างวิสาหกิจชุมชนโดยมี นวัตกรรมใหม่ การสร้างงานใหม่ และการสร้างหลักสูตรการอบรมที่มีคุณภาพสูงจะถูกสนับสนุนและผลักดันจน กลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของชุมชนผ่านการท่องเที่ยวทางธรณีวิทยา ในขณะเดียวกันทรัพยากรทางธรณีวิทยา ก็ได้รับการปกป้องและอนุรักษ์ไปพร้อมกัน

2.แนวคิดจากล่างสู่บน

อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกเสริมสร้างอำนาจและให้โอกาสกับชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนา และสร้างเครือข่าย เพื่อให้มีเป้าหมายร่วมกันในการส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่อุทยานธรณีโลกของยูเนสโก โดยอาศัยความสวยงาม

ความโดดเด่นทางธรณีวิทยา ทั้งด้านกระบวนการเกิด ลักษณะธรณีวิทยา ช่วงเวลาการเกิด ประวัติที่เชื่อมโยงกับธรณีวิทยา และความโดดเด่นของสภาพธรณีวิทยาที่สวยงาม อุทยานธรณีโลก ตั้งขึ้นโดยใช้กระบวนการ “จากล่างสู่บน” ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และหน่วยงานในท้องถิ่นและภูมิภาคทั้งหมด (เช่น เจ้าของที่ดิน กลุ่มชุมชน ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยว ชนพื้นเมือง องค์กรท้องถิ่น) กระบวนการเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังของชุมชนท้องถิ่น ความเข้มแข็งของพันธมิตรจากหลายภาคส่วนในท้องถิ่นและการสนับสนุนของประชาชนและนักการเมืองใน ระยะยาว และมีการพัฒนายุทธศาสตร์อย่างจริงจัง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของชุมชน ในขณะเดียวกันก็เป็น การใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์มรดกทางธรณีวิทยาอีกด้วย

3.สิ่งสำคัญของอุทยานธรณีโลก 4 ประการ

สิ่งสำคัญของอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก 4 ประการ ประกอบด้วย มรดกทางธรณีวิทยาที่มีคุณค่าระดับนานาชาติ การบริหารจัดการ การรับรู้ของ ประชาชน และเครือข่าย

  1. มรดกทางธรณีวิทยาที่มีคุณค่าระดับนานาชาติ (Geological heritage of international value) ในการเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกจะต้องมีมรดกทางธรณีวิทยาที่มีคุณค่าในระดับนานาชาติ ซึ่งประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นส่วนหนึ่งของคณะประเมินจากยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks Evaluation Team) โดยอาศัยการเห็นชอบร่วมกันของนักธรณีวิทยา (international peer reviewed) มีผลงานวิชาการที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ที่ศึกษาในแหล่งธรณีวิทยาบริเวณเขตอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์จะทำการประเมินโดยเปรียบเทียบกับแหล่งธรณีวิทยาอื่น ๆ ทั่วโลก เพื่อพิจารณา ว่าแหล่งธรณีวิทยาเหล่านี้มีคุณค่าในระดับนานาชาติหรือไม่
  2. การบริหารจัดการ (Management) อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกจะต้องบริหารโดยองค์กรที่ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศ องค์กรดังกล่าวควรมีอำนาจหน้าที่ที่เหมาะสมในการดูแลทั้งพื้นที่อุทยานธรณีโลกของยูเนสโก โดยมีองค์ประกอบ ของผู้ปฏิบัติ และหน่วยงานในท้องถิ่นและภูมิภาคที่เกี่ยวข้อง อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกต้องมีแผนบริหารจัดการ ที่ได้รับการยอมรับและเห็นชอบจากทุกภาคส่วน แผนดังกล่าวจะต้องตรงกับความต้องการทางด้านเศรษฐกิจ และสังคมของประชาชนในท้องถิ่น มีการคุ้มครองสภาพภูมิประเทศที่พวกเขาอาศัยอยู่ และมีการอนุรักษ์ วัฒนธรรมของพวกเขาเหล่านั้นด้วย แผนดังกล่าวยังต้องครอบคลุมและรวบรวมทั้งด้านการบริหาร การพัฒนา การสื่อสาร การคุ้มครองอนุรักษ์ โครงสร้างพื้นฐาน การเงิน และหุ้นส่วนของอุทยานธรณีโลก
  3. การรับรู้ของประชาชน (Visibility) อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของท้องถิ่นผ่าน การท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาเป็นหลัก เพื่อกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาในพื้นที่อุทยานธรณีโลก ของยูเนสโก ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกต้องมีการรับรู้ของประชาชนทั้งนี้ นักท่องเที่ยวตลอดจนประชาชนในท้องถิ่นสามารถหาข้อมูลที่เกี่ยวกับอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกได้ เช่น แสดงข้อมูลในเว็บไซต์ แผ่นพับ แผนที่ที่แสดงรายละเอียดของอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกกับแหล่งธรณีวิทยา และแหล่งอื่น ๆ ทั้งนี้ อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกควรต้องมีการร่วมมือกันอย่างชัดเจน
  4. เครือข่าย (Networking) อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกไม่ได้มีเฉพาะความร่วมมือของชุมชนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงความร่วมมือกับอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกแห่งอื่น ๆ ผ่านเครือข่ายอุทยานธรณีโลก (GGN : Global Geoparks Network) และเครือข่ายอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกในภูมิภาค เพื่อเรียนรู้ซึ่งกัน และกัน และท าให้เกิดการพัฒนาคุณภาพของอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก การทำงานร่วมกับพันธมิตรนานาชาติ สามารถอาศัยเครือข่ายอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก และการเป็นสมาชิกของ GGN เป็นหน้าที่ของอุทยานธรณี โลกของยูเนสโกที่จะต้องเข้าร่วม ซึ่งจะทำงานร่วมกันอย่างไร้พรมแดน อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกจะทำงาน เพื่อเพิ่มความเข้าใจในกลุ่มชุมชนต่าง ๆ และยังช่วยให้เกิดกระบวนการสร้างความสันติสุขอีกด้วย

 

 4.  10 ประการสำคัญในอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks)

1.ทรัพยากรธรรมชาติ

ความเจริญรุ่งเรืองของมนุษย์เกิดขึ้นจากการนำทรัพยากรธรรมชาติจากเปลือกโลกมาใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ทรัพยากรธรรมชาติดังกล่าวประกอบด้วย แร่ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ธาตุหายาก พลังงานความร้อนใต้พิภพ อากาศ และน้ำ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เหล่านี้อย่างยั่งยืนเป็นสิ่งจำ เป็นเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของสังคมในอนาคต ธาตุที่พบบนโลกมีต้นกำเนิดจากธรณีวิทยาและกระบวนการทางธรณีวิทยาซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้แล้วหมดไปและต้องมีการใช้ประโยชน์อย่างชาญฉลาด อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกทำให้ประชาชนทราบถึงความต้องการและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ทั้งการทำเหมืองแร่ การทำเหมืองหิน หรือการใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อม ในขณะเดียวกันก็เป็นการสนับสนุนให้ใส่ใจ

สิ่งแวดล้อมและความสมบูรณ์ของภูมิประเทศด้วย

  1. ธรณีพิบัติภัย

อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกหลายแห่งส่งเสริมให้เกิดความตระหนักถึงธรณีพิบัติภัย ได้แก่การเกิดภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว และสึนามิ และยังช่วยทำให้เกิดการเตรียมยุทธศาสตร์การรับมือภัยพิบัติในชุมชนท้องถิ่น จากการทำกิจกรรมที่ให้ความรู้แก่ประชาชนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกหลายแห่งสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับต้นกำเนิดการเกิดธรณีพิบัติภัยและแนวทางการลดผลกระทบรวมทั้งยุทธศาสตร์รองรับพิบัติภัย สิ่งเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถและการเตรียมความพร้อมแก่ชุมชนให้มีความรู้และทักษะในการตอบสนองกับธรณีพิบัติภัยที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกเป็นแหล่งบันทึกการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอดีต และเป็นแหล่งศึกษาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน รวมถึงการยอมรับแนวทางการปฏิบัติที่ดีที่สุดในการใช้พลังงานประเภทที่เกิดขึ้นใหม่ได้ และการใช้มาตรฐานที่ดีที่สุดของ “การท่องเที่ยวสีเขียว (Greentourism)” อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกบางแห่งส่งเสริมการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นผ่านโครงการนวัตกรรมต่าง ๆ บางแห่งเสมือนเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งโดยให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพทางภูมิอากาศในปัจจุบัน ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ทราบว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของเราอย่างไร กิจกรรมและโครงการของชุมชนและสถาบันการศึกษามีความสำคัญอย่างยิ่งในการเพิ่มความตระหนักถึงผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจเกิดขึ้นในภูมิภาค อีกทั้งเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับการบรรเทาและการปรับตัวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแก่ชุมชนท้องถิ่นด้วย

  1. การศึกษา

อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาและดำเนินกิจกรรมทางการศึกษาให้แก่ประชาชนทุกวัย เพื่อเผยแพร่ความตระหนักรู้เกี่ยวกับมรดกทางธรณีวิทยา และความเชื่อมโยงของมรดกทางธรณีวิทยากับด้านอื่น ๆ เช่น มรดกทางธรรมชาติมรดกทางวัฒนธรรม และมรดกที่แตะต้องไม่ได้ของโลก อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกต้องจัดกิจกรรมการสอนหรือกิจกรรมพิเศษสำหรับเยาวชน อาทิค่ายเยาวชน(Kids Clubs) หรือวันสนุกสุขสันต์กับซากดึกดำบรรพ์ (Fossil Fun Days) นอกจากนี้อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกยังต้องให้ความรู้แก่บุคคลทั่วไปและผู้สูงวัยที่เกษียณอายุแล้ว ทั้งในรูปแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการอีกทั้งมีการฝึกอบรมให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น เพื่อสามารถนำความรู้ไปเผยแพร่แก่ผู้อื่นต่อไป

  1. วิทยาศาสตร์

อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งมรดกทางธรณีวิทยาหรือความหลากหลายทางธรณีวิทยาที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่อุทยานธรณีโลกจะต้องได้รับการสนับสนุนให้มีการทำงานร่วมกับสถาบันทางวิชาการในการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์โลกและสาขาอื่น ๆ เพื่อพัฒนาความรู้เกี่ยวกับโลกและกระบวนการเกิดโลก อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกไม่ใช่พิพิธภัณฑ์แต่เป็นห้องปฏิบัติการที่สร้างความร่วมมือทางด้านวิทยาศาสตร์จากงานวิจัยทางวิชาการระดับสูงลงมาสู่ผู้เยี่ยมชมที่ให้ความสนใจทั่วไป ประการหนึ่งที่ต้องพึงระวัง คือ หลีกเลี่ยงการใช้ภาษาวิชาการทางด้านวิทยาศาสตร์ในแผ่นป้าย สัญลักษณ์ แผ่นพับ แผนที่ และหนังสือที่จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ให้กับบุคคลทั่วไป

  1. วัฒนธรรม

คำขวัญของอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก คือ “ร่วมอนุรักษ์มรดกโลก ร่วมรักษาชุมชนท้องถิ่นให้ยั่งยืน” อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกมีพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับประชาชนและความเชื่อมโยงระหว่างชุมชนกับโลก โลกถือเป็นตัวกำหนดวิถีชีวิตของมนุษย์เช่น การทำเกษตรกรรม วัสดุก่อสร้าง และวิธีการสร้างบ้านของมนุษย์รวมทั้งตำนาน ความเชื่อ และขนบทำเนียมประเพณีพื้นบ้านต่าง ๆ ดังนั้น อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกจึงเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกิจกรรมเหล่านี้ อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกหลายแห่งมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับศิลปะชุมชน ซึ่งเมื่อนำศิลปะและวิทยาศาสตร์มาผสมผสานกันจะได้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม

  1. สุภาพสตรี

อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกให้ความสำคัญกับบทบาทของสตรี โดยมีช่องทางการจัดหลักสูตรทางการศึกษาหรือกิจกรรมที่มีส่วนร่วมของสุภาพสตรีอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกถือเป็นช่องทางหนึ่งในการพัฒนา สนับสนุน และส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมครัวเรือนและผลิตภัณฑ์ศิลปะหัตถกรรมของท้องถิ่นกลุ่มสหกรณ์สตรีในอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกบางแห่งเปิดโอกาสให้สตรีเพิ่มรายได้ให้กับตนเองและชุมชน เช่น การบริการด้านที่พักให้แก่นักท่องเที่ยว

8. การพัฒนาอย่างยั่งยืน

แม้ว่าพื้นที่จะมีมรดกทางธรณีวิทยาที่โดดเด่น มีคุณค่า และมีชื่อเสียงระดับโลกอย่างมากก็ตามพื้นที่นั้นก็ไม่สามารถเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกได้ หากไม่มีแผนพัฒนาและบริหารจัดการอย่างยั่งยืนสำหรับชุมชนท้องถิ่นในบริเวณนั้น ทั้งนี้อาจดำเนินการในรูปแบบของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เช่น การพัฒนาเส้นทางเดินหรือเส้นทางปั่นจักรยาน การฝึกอบรมบุคลากรในท้องถิ่นเพื่อเป็นมัคคุเทศก์การส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตามหลักปฏิบัติที่เป็นเลิศตามมาตรฐานสากล ทั้งนี้สามารถให้ความร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่นและเคารพวิถีชีวิตดั้งเดิมโดยให้อำนาจและเคารพในเกียรติและสิทธิมนุษยชนของพวกเขา หากอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในท้องถิ่นก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกไม่ได้กำหนดเงื่อนไขหรือข้อบังคับในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในบริเวณอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก แต่ให้ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศภูมิภาค ท้องถิ่น หรือชนพื้นเมืองที่มีอยู่เดิม

  1. ภูมิปัญญาของท้องถิ่นและชนพื้นเมือง

อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกมีความเกี่ยวพันอย่างเข้มแข็งกับคนในท้องถิ่นและชนพื้นเมืองในการอนุรักษ์และยกย่องวัฒนธรรมของกลุ่มคนเหล่านี้ อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกควรให้ความสำคัญของชุมชนท้องถิ่นและชนพื้นเมือง รวมไปถึงวัฒนธรรมและความเชื่อมโยงระหว่างชุมชนกับผืนแผ่นดินของพวกเขาเหล่านั้น หลักเกณฑ์หนึ่งของอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก คือ ความรู้ที่เกี่ยวกับชุมชนท้องถิ่นและชนพื้นเมือง รวมถึงแนวทางปฏิบัติและระบบบริหารจัดการควบคู่ไปกับด้านวิทยาศาสตร์ จะต้องปรากฏอยู่ในแผนบริหารจัดการในพื้นที่ด้วย

  1. การอนุรักษ์ธรณีวิทยา

อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกเป็นพื้นที่ที่มีแนวคิดในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ให้คุณค่ามรดกของแผ่นดิน และสร้างจิตสำนึกที่ต้องการจะอนุรักษ์สิ่งเหล่านี้ แหล่งธรณีวิทยาในอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกอยู่ภายใต้การดูแลและคุ้มครองโดยกฎหมายของชนพื้นเมือง ท้องถิ่น ภูมิภาค และ/หรือประเทศนั้น และดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามและบำรุงรักษาแหล่งธรณีวิทยาดังกล่าว มาตรการป้องกันที่เหมาะสมสำหรับแต่ละแหล่งธรณีวิทยากกำหนดไว้ในแผนบริหารจัดการของแต่ละพื้นที่ องค์กรที่มีหน้าที่บริหารจัดการของอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการขายวัตถุทางธรณีวิทยา เช่น ซากดึกดำบรรพ์ แร่ หินขัดมัน และหินประดับ รวมถึงไม่ส่งเสริมการค้าขายวัตถุทางธรณีวิทยาที่ทำให้เกิดความไม่ยั่งยืนทุกรูปแบบ ทั้งนี้ไม่รวมถึงวัสดุที่ใช้ในครัวเรือนและอุตสาหกรรมทั่วไปที่ผลิตจากเหมืองหิน และ/หรือเหมืองแร่ และต้องอยู่ภายใต้ข้อกฎหมายของประเทศ และ/หรือระหว่างประเทศการจัดเก็บตัวอย่างวัตถุทางธรณีวิทยาจากแหล่งที่สามารถหาทดแทนได้ตามธรรมชาติ และอยู่ในพื้นที่อุทยานธรณีโลกของยูเนสโก ภายใต้เงื่อนไขและสถานการณ์ที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นการดำเนินการเพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษา โดยองค์กรที่มีหน้าที่ในการบริหารจัดการอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกอาจอนุญาตให้ดำเนินการดังกล่าวได้ การค้าขายแลกเปลี่ยนวัตถุทางธรณีวิทยา (พิจารณาควบคู่กับกฎหมายระดับชาติในการอนุรักษ์มรดกของโลก) อาจสามารถดำเนินการได้ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ คือ สามารถอธิบายให้กับประชาชนได้อย่างชัดเจนและคิดว่าดีที่สุดแล้วสำหรับอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกที่เกี่ยวกับสถานการณ์ท้องถิ่น ทั้งนี้ จะต้องขึ้นกับการหารือและอนุญาตเป็นรายกรณี