มาเข้าใจพื้นฐานธรณีวิทยาก่อนการท่องเที่ยว

จัดทำข้อมูลโดยกรมทรัพยากรธรณี เขต 4 :  ปี 2363

เข้าใจแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล

ในมุมมองด้านธรณีวิทยา ว่ากันว่า ห้วงน้ำอันดามันอันกว้างใหญ่ไพศาลนั้น บางบริเวณมีความลึกมากกว่า 2 กิโลเมตร โครงสร้างประกอบด้วยแอ่งสะสมตะกอนยุคเทอร์เชียรี (23 – 65 ล้านปีมาแล้ว) ใหญ่ๆ อยู่ 2 แอ่ง วางตัวในแนวเหนือ – ใต้ คือแอ่งอันดามัน ซึ่งอยู่ด้านตะวันตกสุด และแอ่งเมอร์กุย

ทะเลอันดามันในส่วนที่เป็นน่านน้ำไทยส่วนใหญ่อยู่บนไหล่ทวีปเมอร์กุย มีระดับน้ำลึกน้อยกว่า 100 เมตร กระทั่งค่อยๆ ลาดลึกลงไปมากกว่า 1,000 เมตร ตะกอนที่สะสมตัวในแอ่งเมอร์กุยมีความหนามาก หินรากฐานบริเวณนี้ คือหินแกรนิต หินภูเขาไฟ และหินแปรเกรดต่ำ

มองไปยังฟากฝั่งอันดามันตอนใต้ ในส่วนของจังหวัดสตูล อาณาบริเวณของหมู่เกาะอาดัง – ราวี เกาะหลีเป๊ะ และเกาะตะรุเตา เคยปรากฏรอยเท้าของนักธรณีวิทยาจากกรมทรัพยากรธรณีแรมรอนสำรวจอยู่หลายครั้ง อาทิ การสำรวจธรณีฟิสิกส์ และการสำรวจแร่ดีบุก – แร่พลอยได้ในทะเล เมื่อราว 20 ปีที่แล้ว หรือหากจะย้อนไปไกลกว่านั้น เมื่อปี พ.ศ.2499 ทีมนักธรณีวิทยาไทยเคยร่วมกับนักธรณีชาวอังกฤษ ในโครงการร่วมสำรวจธรณีวิทยาชายแดนไทย – มาเลเซียครั้งแรก (อ่านบันทึกการสำรวจครั้งประวัติศาสตร์ที่ท้ายเล่มนี้) แล้วเว้นห่างไประยะหนึ่ง ก่อนกลับมาดำเนินต่ออีกครั้งจนถึงปัจจุบัน โดยในส่วนของพื้นที่เกาะตะรุเตา – เกาะลังกาวี ได้รับการสำรวจร่วมเมื่อปี 2555 – 2556

ข้อมูลที่น่าสนใจจากการสำรวจหลายครั้ง พบว่าหินบริเวณเกาะอาดัง – ราวี เกาะหลีเป๊ะ ส่วนใหญ่ประกอบด้วยหินไบโอไทต์แกรนิต (biotite granite) มีระดับความลึกน้ำตั้งแต่ 1 – 74 เมตร (จากระดับน้ำทะเลลงต่ำสุด) บริเวณที่ลึกที่สุดอยู่ทางทิศใต้ของเกาะบาตวง

ส่วนตัวเลขจากการเจาะสำรวจ บอกว่า จุดที่มีตะกอนหนาที่สุด 47 เมตร และหินดานลึกที่สุด 75 เมตร อยู่บริเวณอ่าวในหมู่เกาะอาดัง – ราวี หินดานที่พบ คือหินทราย ยุคแคมเบรียน หินปูน ยุคออร์โดวิเชียน และหินควอตไซต์ หินดินดาน ยุคคาร์บอนิเฟอรัส – เพอร์เมียน

แร่หนักที่พบในบริเวณหมู่เกาะอาดัง – ราวี ส่วนใหญ่เป็นแร่ทัวร์มาลีน และแร่ดีบุก มีพื้นที่ศักยภาพประมาณ 50 ตารางกิโลเมตร แร่หนักเหล่านี้มีต้นกำเนิดมาจากหินแกรนิต นอกจากนี้ยังพบแหล่งทรายหนามากกว่า 5 เมตร รวม 3 บริเวณ

นักธรณีวิทยา (คนเคาะหิน) สรุปว่า บริเวณหมู่เกาะอาดัง – ราวี เกาะหลีเป๊ะ และเกาะเล็กๆ ที่อยู่รายรอบ หินที่พบส่วนใหญ่ คือหินอัคนีแทรกซอน จำพวกหินแกรนิต ยุคไทรแอสซิก (208 – 245 ล้านปีมาแล้ว) สามารถจำแนกได้เป็น 2 หน่วยหิน คือ

หน่วยหินแกรนิตอาดัง เป็นหินไบโอไทต์แกรนิต เนื้อดอก สีเทาจาง ไม่มีการเรียงตัว มีลักษณะเด่น คือพบแร่ไบโอไทต์ – อิพิโดท เป็นกลุ่ม (colony) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 – 5 เซนติเมตร และ หน่วยหินแกรนิตราวี เป็นหินแกรนิตที่แทรกดันมาหลังสุด แร่หลักประกอบด้วย แร่ควอตซ์ แร่เฟลด์สปาร์ แร่ไบโอไทต์ และแร่ทัวร์มาลีน ด้วยอิทธิพลจากการแทรกดันตัวขึ้นมา (intrusion) ของหินแกรนิตเหล่านี้เอง ทำให้หินตะกอนเดิมในหลายบริเวณเกิดการแปรสภาพกลายเป็นหินแปร (ดูภาพวัฏจักรของหิน) เช่น หินชนวน หินควอตไซต์ และหินฮอร์นเฟลส์ ซึ่งพบโดดเด่นที่เกาะหินงาม โดยจัดอยู่ในกลุ่มหินแก่งกระจานนอกจากนี้บริเวณด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะอาดัง ด้านเหนือและด้านตะวันตกของเกาะราวี และที่เกาะบิสซี่ ยังพบหินแปรและหินตะกอนเดิมของกลุ่มหินแก่งกระจานปรากฏอยู่ด้วยเล็กน้อย

 

เข้าใจแหล่งท่องเที่ยวทางบก

อุทยานธรณี (Geopark) ได้มีผู้ให้ความหมายไว้หลากหลายทั้งนี้ UNESCO ได้เคยให้คำจำกัดความไว้ว่า อุทยานธรณีหมายถึง “พื้นที่คุ้มครองของประเทศ ที่ประกอบไปด้วยแหล่งมรดกทางธรณีวิทยา (Geological heritage site) ที่มีความสำคัญ หายาก หรือมีลักษณะสวยงาม ซึ่งแหล่งมรดกทางธรณีวิทยาเหล่านี้ เป็นส่วนของแนวความคิด ของการบูรณาการเพื่อการคุ้มครอง การศึกษา และการพัฒนาอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ กรมทรัพยากรธรณียังให้ความหมายอุทยานธรณีว่า เป็นพื้นที่ที่ประกอบด้วยแหล่งอนุรักษ์ธรณีวิทยา แหล่งธรณีวิทยา และแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรณี รวมทั้งแหล่งทางด้านโบราณคดี นิเวศวิทยา และวัฒนธรรม

แหล่งธรณีวิทยา (Geosite) หมายถึง แหล่งธรรมชาติที่มีคุณค่าทางวิชาการด้านธรณีวิทยา

แหล่งอนุรักษ์ธรณีวิทยา และแหล่งมรดกทางธรณีวิทยา (Geoconservation site, Geological heritage site) หมายถึงแหล่งธรณีวิทยาที่ได้รับการประเมินคุณค่าทางวิชาการและผ่านตามหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อกำหนดเป็นแหล่งอนุรักษ์ธรณีวิทยา และแหล่งมรดกทางธรณีวิทยา

มหายุคพาลีโอโซอิก (Paleozoic era) หมายถึงช่วงอายุทางธรณีวิทยา อยู่ในช่วงของ 543 – 245 ล้านปีก่อน เริ่มมีสัตว์พวกที่ไม่มีกระดูกสันหลังซึ่งมีทั้งที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดและน้ำเค็ม เช่น ไทรโลไบต์ (trilobite) แอมโมนอยด์ (ammonoid) หอย ปลา รวมทั้งแมลง สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เริ่มพบสาหร่าย เห็ดรา พืชบกชั้นต่ำ เริ่มจากพืชไม่มีเนื้อเยื่อลำเลียง เฟิร์น ไปจนถึงพืชมีเนื้อเยื่อลำเลียง มหายุคพาลีโอโซอิกสิ้นสุดลงเมื่อมีการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ ซึ่งอาจเกิดเนื่องจากการเกิดยุคน้ำแข็งฉับพลันหรือเกิดภูเขาไฟระเบิด ทำให้มีการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตทั้งในทะเลและบนพื้นดินจำนวนมาก

กลุ่มหิน (Group) หมายถึงหน่วยลำดับชั้นหินตามลักษณะหินหน่วยหนึ่ง ประกอบด้วยหมวดหินที่อยู่ติดกัน 2 หมวดหินหรือมากกว่านั้น ซึ่งมีลักษณะเนื้อหินที่สำคัญ ๆ เป็นแบบเดียวกัน ก่อกำเนิดหรือมีอายุอยู่ในยุคหรือมหายุคเดียวกัน เช่น กลุ่มหินตะรุเตา กลุ่มหินทุ่งสง เป็นต้น

ภูมิประเทศแบบคาร์ส หรือภูมิประเทศหินปูน (Karst topography) หมายถึงลักษณะภูมิประเทศที่โดดเด่นและมีรูปแบบเฉพาะ ซึ่งเกิดจากการละลายของกลุ่มหินที่สามารถละลายน้ำได้ (carbonate bedrock) เช่น หินปูน (limestone; CaCO3) และโดโลไมต์ (dolomite; CaMg(CO3)2) จากการกัดกร่อน ชะล้างของน้ำที่มีสภาพเป็นกรดอ่อน ๆ (เช่นน้ำฝน) และน้ำท่า อย่างค่อยเป็นค่อยไป จนทำให้เกิดลักษณะเป็นรูปร่างตะปุ่มตะป่ำขรุขระ สูงต่ำ เป็นหลุมบ่อ หรือหน้าผาสูงชัน นำไปสู่การเกิดหลุมหยุบ ระบบน้ำใต้ดิน และถ้ำในที่สุด

ตารางธรณีกาล