ประติมากรรมภายในถ้ำภูผาเพชร

ประติมากรรมถ้ำคือ

ประติมากรรมภายในถ้ำ เกิดขึ้นจากการกระทำของธรรมชาติ โดยการเกิดที่แตกต่างกัน ทำให้มีลักษณะที่แตกต่างกัน จึงมีชื่อเรียกแตกต่างกัน ประติมากรรมภายในถ้ำ หรือที่เรียกว่า หินประดับถ้ำ คือ มวลวัตถุเกิดจากการตกผลึก ของแร่ทุติยภูมิในถ้ำ และแร่ทุติยภูมินี้เกิดจากปฏิกิริยาเคมี โดยมีน้ำเป็นตัวทำละลายจากแร่ที่เป็น องค์ประกอบหลักของหินที่เกิดถ้ำด้วยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

ส่วนใหญ่ประกอบด้วยแร่แคลไซต์หลายผลึกที่เกิดรวมกันเป็นรูปร่างต่าง ๆ ส่วนหินที่มีถ้ำอยู่ส่วนมากเป็นหินปูน หากกล่าวถึงหินประดับถ้ำจะเป็นการกล่าวถึงลักษณะของแร่และรูปแบบของแร่หรือแร่เป็นกลุ่มตกผลึกเป็นรูปร่างต่าง ๆ (สวยงาม แต่ถ้ากล่าวถึงแร่ทุติยภูมิอย่างเดียวที่พบในถ้ำ จะเรียกว่า แร่ถ้ำ หรือ cave minera (ที่มา: คู่มือผู้เล่าเรื่องธรณีเรื่องถ้ำเลสเตโกดอนฉบับหินประดับถ้ำ)สำหรับภาพด้านบน เป็นภาพแสดงตัวอย่างของประติมากรรมภายในถ้ำที่สามารถพบได้ทั่วไป ส่วนในถ้ำภูผาเพชรสามารถพบชนิดไหนได้บ้างนั้น ได้แก่

หินย้อย (Stalactite)   คือ คราบหินปูนที่จับตัวเป็นแท่งหรือแผ่นย้อยลงมาจากเพดาน โดยเกิดจากน้ำที่มีหินปูนละลายอยู่หยดลงมาจากรอยแตกบนเพดานถ้ำ เมื่อน้ำสูญเสียก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปจะทำให้เกิดการสะสมตัวทีละน้อย และจะพอกยาวลงมาจากเพดานเรื่อย ๆ โดยปกติมักจะมีลักษณะเป็นหลอดกลวงอยู่ตรงกลางแล้วเกิดการพอกขยายขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นหินย้อยสวยงามตามจินตนาการของนักท่องเที่ยว

หินงอก (Stalagmite) คือ คราบหินปูนที่จับตัวเป็นแท่งสูงจากพื้นถ้ำขึ้นไปหาเพดานถ้ำ โดยเกิดจากหยดน้ำที่ไหลออกมาจากเพดานถ้ำหรือหินย้อย หยดลงบนพื้นถ้ำ น้ำจะเกิดการสูญเสียก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้แร่แคลไซต์สะสมตัว และค่อยๆ สูงขึ้นจากพื้นถ้ำ ถ้างอกจนมีขนาดใหญ่ขึ้นไปชนกับหินย้อยที่งอกลงมาจะเรียกว่าเสาหิน  (Column)

 

เสาหิน  (Column)  คือ ลักษณะของหินที่เป็นแท่งหรือเสายาวจากพื้นถ้ำจรดเพดานถ้ำ เกิดจากหินงอกและหินย้อยสะสมตัวจนเชื่อมต่อกัน ซึ่งใช้ระยะเวลาในการสะสมตัวนานหลายปี

หลอดหินย้อย (Soda Straw) เกิดจากสารละลายคาร์บอเนตที่จับตัวเป็นลักษณะคล้ายหลอดหรือท่อย้อยลงมาจากเพดานถ้ำ
โดยแร่แคลไซต์จะสะสมตัวตามแรงโน้มถ่วงของโลก หลอดหินย้อยเป็นประติมากรรมถ้ำที่เกิดขึ้นได้ยากดังนั้น จึงไม่ควรสัมผัสประติมากรรมถ้ำเพราะจะทำให้เกิดความเสียหาย และหยุดสะสมตัว

ม่านหินย้อย (Curtain)  เกิดจากน้ำที่มีสารละลายคาร์บอเนตสูงไหลช้า ๆ ตามความเอียงของผนังถ้ำ ทำให้เกิดการตกสะสมของแร่แคลไซต์ที่มีลักษณะเป็นแผ่นบางย้อยลงมาจากผนังถ้ำดูคล้ายม่าน บางแห่งมีสีน้ำตาลแดงสลับขาวหรือเหลืองอ่อน เรียกว่า ม่านเบคอน (Bacon Curtain)

ไข่มุกถ้ำ (Cave Pearl) มีลักษณะกลมหรือค่อนข้างกลมคล้ายไข่มุก เกิดจากการพอกตัวเป็นชั้น ๆ (concentric layers) ของสารละลายคาร์บอเนตล้อมรอบเม็ดทรายหรือเศษหินขนาดเล็กซึ่งเป็นอนุภาคแกนกลาง (nucleus) พบบริเวณพื้นถ้ำที่เป็นแอ่งน้ำตื้น มีขนาดตั้งแต่หัวเข็มหมุดถึงขนาดใหญ่ ประมาณ 15 เซนติเมตร

 

หินน้ำไหล (Flowstone)เกิดจากน้ำที่มีสารละลายคาร์บอเนตสูงไหลเป็นแผ่นบาง ๆ บนพื้นผิวของพื้นถ้ำและผนังถ้ำ ทำให้สารละลายหินปูนจับตัวเข้ากับพื้นถ้ำนั้นมากขึ้น จนมีลักษณะพอกตัวเป็นชั้นซ้อนกัน

นบหินปูน (Rimstone) คือ ประติมากรรมถ้ำที่มีลักษณะคล้ายเขื่อน หรือทำนบ เกิดจากน้ำที่มีสารละลายคาร์บอเนตความเข้มข้นสูงไหลตามพื้นถ้ำที่มีการเปลี่ยนแปลงระดับความชัน ทำให้สูญเสียก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จึงมีการสะสมตัวของแร่แคลไซต์เป็นสันเขื่อน

ปะการังถ้ำ (Cave coral) คือ แร่แคลไซต์ที่มีลักษณะคล้ายปะการัง ส่วนใหญ่จะพบบริเวณถ้ำที่มีความชื้น

 

ป๊อปคอร์นถ้ำ (Cave Popcorn) คือ แร่แคลไซต์ที่มีลักษณะคล้ายป๊อปคอร์น ส่วนใหญ่พบบริเวณผนังถ้ำแห้ง เมื่อแร่แคลไซต์เริ่มตกผลึกและมีการดันตัวของก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ออกในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้ลักษณะการตกผลึกของแร่แคลไซต์ที่พองตัวคล้ายป๊อปคอร์น