บ้านท่าข้ามควาย

 

ประวัติบ้านท่าข้ามควาย

ตั้งเป็นหมู่บ้านเมื่อปี พ.ศ. 2515 โดยแยกตัวมาจากตำบลทุ่งหว้า การตั้งถิ่นฐานเริ่มจากครอบครัวเล็ก ๆ ไม่กี่ครัวเรือน ต่อมาได้ขยายครัวเรือนออกไปยังบริเวณใกล้เคียง มีพื้นที่ส่วนใหญ่ติดกับชายทะเล และป่าชายเลน บางส่วนเป็นเนินดิน ใช้สำหรับทำเกษตรกรรมและสวนยางพารา ในอดีตใช้ปลูกพริกไทยเพื่อส่งไปขายยังต่างประเทศ มีท่าเรือและเป็นเส้นทางย้ายฝูงควายที่ชาวบ้านจำหน่าย ชาวบ้านจึงเรียกชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านท่าข้ามควาย”

พิพิธภัณฑ์ของโบราณ เป็นแหล่งรวบรวมของเก่า ที่เคยเป็นอุปกรณ์ ของใช้ ของคนในชุมชนบ้านท่าข้ามควาย สมัยก่อนมีการเก็บรวบรวมรักษาเอาไว้เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลให้กับเด็ก เยาวชน หรือผู้ที่สนใจ

 

  1. History of Ban Tha Kham Kwai

Established as a village in 1972, separated from Thung Wa subdistrict. The settlement started with a few small families and later expanded to nearby areas, mostly bordering the seashore and mangrove forests. Some of them are mounds, used for agriculture and rubber plantations. In the past, they were used to grow pepper for export to other countries, there are ports and a route for moving the buffalo that villagers sell, the villagers called “Baan Tha Kham Kwai”.

          The Museum of Antiques is a collection of antiques that used to be supplied, and the used by people in the former Baan Tha Kham Kwai community is preserved as a resource for children, youth or interested parties.

  1. Ban Tha Kham Kwai的历史

1972年作为一个村庄建立,从Thung Wa分区分离出来。开始时只有几户小家庭居住,后来扩大到附近地区,大多临近海边和红树林。其中一些是土丘,用于农业和橡胶种植。过去用来种植胡椒,出口到其他国家,有港口,还有一条路线,用来运送村民出售的水牛,村民称之为 “Baan Tha Kham Kwai”。

古董博物馆是将过去供应的古董,以及前Baan Tha Kha

下来,作为儿童、青年或有兴趣的人的资源。

พิพิธภัณฑ์ของเก่าบ้านท่าข้ามควาย

Picture of Baan Tha Kham Kwai Antiques Museum

Baan Tha Kham Kwai 古董博物馆图片

 

ประเพณี/วัฒนธรรมท้องถิ่น

วิถีชีวิตของคนในชุมชนบ้านท่าข้ามควายมีอิทธิพลต่อความคิดความเชื่อและยังเป็นสิ่งที่                        ยึดเหนี่ยว จิตใจของคนในชุมชนร่วมกัน และประเพณีซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการรวมความศรัทธารวมพลัง       ความสามัคคีของคนในชุมชน สำหรับประเพณีที่สำคัญของชุมชนจะมาร่วม พร้อมใจกันเพื่อสร้างพลังความสามัคคี   เช่น

–  ประเพณีการเข้าสุนัตหมู่ การทำบุญทางศาสนาอิสลาม การขลิบหนังหุ้มอวัยวะเพศของผู้ชาย โดยแพทย์ผู้นำศาสนาอิสลาม เพราะก่อนการขลิบอวัยวะเพศจะมีการกล่าวพระนามของพระเจ้า ฯลฯ ประเพณีนี้จะจัดในช่วงเดือนพฤษภาคม ของทุกปี

–  ประเพณีการทำเมาลิดนบี  เพื่อรำลึกถึงชีวประวัติของท่านนบี  ซึ่งจะจัดในเดือนธันวาคมของทุกปีเพื่อเป็นการแสดงความรัก และระลึกถึงท่านศาสดา

–  กิจกรรมเดือนรอมฎอนเดือนแห่งการถือศีลอด (ในเดือนที่  ๙ ของปีฮิจเราะห์ศักราช) มีการละศีลอด การละหมาดร่วมกันและเป็นเดือนแห่งการซอดาเกาะฮ์ (เดือนแห่งการบริจาค)

–  กิจกรรมวันฮารีรายอ  มีการทำบุญทางศาสนาอิสลาม การละหมาดร่วมกัน การขอพร                          การเยี่ยมญาติพี่น้อง  และการขออภัยซึ่งกันและกัน

             ข้อมูลประเพณี วัฒนธรรมในชุมชน ประกอบด้วย

ลำดับที่ ชื่อประเพณี / วัฒนธรรม จำนวนครั้ง / ปี ช่วงเวลาที่จัด
1 ประเพณีเข้าสุนัตหมู่ 1  ครั้ง ประมาณเดือน เม.ย.-พ.ค
2 ประเพณีวันฮารีรายอ

–    อีดิลฟิตตรี

–    อีดีลอัฎฮา

 

1  ครั้ง

1  ครั้ง

 

ประมาณเดือน เม.ย.- มิ.ย.

ประมาณเดือน ก.ค.– ธ.ค.

3 ประเพณีวันสงกรานต์ 1  ครั้ง
4 ประเพณีการถือศีลอด 1  ครั้ง
5 ประเพณีวันออกพรรษา 1  ครั้ง
6 วันเมาลิด 1  ครั้ง
7 สงท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 1  ครั้ง ธันวาคม
8 วันเด็ก 1  ครั้ง มกราคม
9 แข่งขันกีฬาพื้นบ้าน 1  ครั้ง มีนาคม

        

         ประชาชนในหมู่บ้าน มีเอกลักษณ์แบบพหุวัฒนธรรม ใช้ภาษาถิ่นใต้  มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี จิตใจดี  และมีความพร้อมในการบริการ

ข้อมูลด้านแหล่งท่องเที่ยว

หมู่บ้านมีแหล่งท่องเที่ยว สำหรับบริการให้กับนักท่องเที่ยว อาทิ เช่น นั่งเรือชมหาดไม้ขาวเที่ยวสันหลังมังกร ชนนกเหยี่ยว ชมปูกองทัพ ปูก้ามดาบ ชมเกาะเหลาตรงแหล่งจุดพักเรือสินค้าสมันก่อน เล่นน้ำพายเรือแคนนู  ชมซากฟอสซิลอุทยานธรณีโลกที่เขาตะบัน  ชุมสุสานหอย และชมค้างคาวแม่ไก่นับล้านตัวจุดชมวิวทัศนียภาพของบ้านท่าข้ามควาย ชมวิถีชีวิตการประกอบอาชีพ  ชมพิพิธภัณฑ์ของโบราณ  แหล่งผลิตและสาธิตสินค้าผลิตภัณฑ์ และสินค้า OTOP  ที่พักโฮมสเตย์ล้อมรอบด้วยธรรมชาติ และบริการนวดแผนไทย  ซึ่งในแต่ละสถานที่จะมีรายละเอียด

  1. ชมพิพิธภัณฑ์ของโบราณ

 

2. หอสี่หลัง   เป็นเนินทรายบริเวณกว้าง เป็นที่อยู่อาศัยของปูก้ามดาบ ปูกองทัพ จำนวนมาก

 

3.สันหลังมังกรทุ่งหว้า

 4.ผลิตภัณฑ์ชุมชน

ข้อมูลผลิตภัณฑ์และสินค้าชุมชน ได้แก่ 

  1. ประเภทอาหาร ได้แก่ ผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารทะเล  ขนมกะหรี่ปั๊บ  ขนมโรตีกรอบ  กะโป๊ะทอดกรอบ
  2. ประเภทเครื่องดื่ม ได้แก่ น้ำสมุนไพร เช่น น้ำตะไคร้ อัญชัน กระเจี๊ยบ มะนาว ฯลฯ
  3. ประเภทผ้า ได้แก่ เสื้อสกรีนลายของชุมชนท่องเที่ยว
  4. ของใช้ ของฝากของที่ระลึก ได้แก่ พวงกุญแจ กระเป๋าผ้า เสื้อ  สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้
  5. ประเภทสมุนไพร ได้แก่ ลูกประคบ

นอกจากนี้ยังมีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ OTOP จากหมู่บ้านใกล้เคียง มาให้บริการนักท่องเที่ยวทั้งที่เป็นอาหาร เช่น ผลิตภัณฑ์จากกล้วย ขนมเค้ก และขนมอื่นๆ  ผลิตภัณฑ์ของใช้ เช่น ผลิตภัณฑ์จักรสานจากต้นคลุ้ม  กรอบรูปใบไม้ และผลิตภัณฑ์สมุนไพร เช่น สบู่ ยาสระผม ยาหม่อง ยาดม น้ำมันเหลือง ต่างๆ  รวมถึงการให้บริการด้านนวดแผนไทยสำหรับนักท่องเที่ยว

กลุ่มจักสานบ้านวังตง