สวนควนข้องหม้อข้าวหม้อแกงลิง

สวนควนข้องหม้อข้าวหม้อแกงลิงเกิดจาก นายวรวิทย์  ควนข้อง มีความชอบต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงเป็นชีวิตจิตใจจึงได้ทำการทดลองศึกษาและสะสมและพยายามศึกษาเรียนรู้ด้วยต้นเอง ทำการทดลองขั้นตอนการเพาะหม้อข้าวหม้อแกงลิง จนสำเร็จ โดยอาชีพเดิมเป็นชาวสวนยางเพียงอย่างเดียว  ลักษณะต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงเป็นไม้เลื้อยมีระบบรากที่ตื้นและสั้นสามารถสูงได้หลายเมตรมีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์ทั้งจากเก็บออกมาขายหรือบุกรุกป่าเพื่อที่ทำกินโดยธรรมชาติต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงจะมีลักษณะพิเศษโดยภายในหม้อจะบรรจุไปด้วยของเหลวที่พืชสร้างขึ้น อาจมีลักษณะเป็นน้ำหรือน้ำเชื่อม ใช้สำหรับให้เหยื่อจมน้ำตาย จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าในหม้อข้าวหม้อแกงลิงมีหลายชนิด ของเหลวจะบรรจุไปด้วยสารเหนียวที่ถูกผสมขึ้นเป็นสำคัญเพื่อใช้ย่อยแมลงในหม้อ โดยปกติหม้อข้าวหม้อแกงลิงจะสร้างหม้อขึ้นมา 2 ชนิด คือหม้อล่างเป็นหม้อที่อยู่แถว ๆโคนต้นมีขนาดใหญ่ สีสันสวยงาม อีกชนิดคือหม้อบนที่มีขนาดเล็ก ก้านหม้อจะลีบแหลม รูปทรงของหม้อจะเปลี่ยนไป และมีสีสันจืดชืดกว่า หรือความแตกต่างอีกอย่างคือ หม้อล่างทำหน้าที่ล่อเหยื่อและดูดซึมสารอาหารไปใช้ในการเจริญเติบโต ส่วนหม้อบน เมื่อโตขึ้น สูงขึ้น หม้อบนจะลดบทบาทการหาเหยื่อ แต่เพิ่มบทบาทการจับยึด โดยก้านใบจะม้วนเป็นวง เกาะเกี่ยวกิ่งไม้ข้าง ๆ ดึงเถาหม้อข้าวหม้อแกงลิงให้สูงขึ้นและมั่นคงขึ้นไม่โค่นล้มโดยง่าย โดยสวนควนข้อง เป็นอีกหนึ่งแหล่งศึกษาสำคัญทางอุทยานธรณีโลกสตูล ที่มีการอนุรักษ์ทรัพยากรในชุมชนที่ยั่งยืน มีรายได้จากการเป็นวิทยากร เป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นรายได้เสริมจากการทำสวนยางพารา ไม่น้อยกว่า 2-3 พันบาท จากการมาทำขนมข้าวเหนียวหม้อข้าวหม้อแกงลิง ซึ่งเป็นขนมพื้นเมืองตั้งแต่บรรพบุรุษ สาธิตให้ผู้มาเรียนรู้ได้กินกัน นอกจากจะเป็นการเพาะขยายพันธุ์ไม้หายากไว้เพื่อการอนุรักษ์แล้ว ตัวหม้อหม้อข้าวหม้อแกงลิง ยังสามารถนำมาประกอบเป็นตัวห่อขนมหวานทานยามว่าง คือ “ข้าวเหนียวหม้อข้าวหม้อแกงลิง” เพียงนำข้าวเหนียวที่ผ่านการมูน คือ นึ่งข้าวเหนียวจนสุก แล้วนำน้ำกะทิเคี่ยวไฟอ่อน ใส่น้ำตาลพอละลาย และเกลือเล็กน้อย ผสมข้าวกันกับข้าวเหนียว ก็จะได้ข้าวเหนียวมูน จากนั้นตัดดอกหม้อข้าวหม้อแกงลิง ล้างให้สะอาดนำมาใส่ข้าวเหนียวมูน จากนั้นโรยด้วยงาขาวและดำ เพิ่มความอร่อย และสีสันให้น่ารับประทาน ก่อนนำไปนึ่ง 10 นาที ก็นำมากินเป็นอาหารว่าง หวาน มัน อร่อย สามารถกินได้ทั้งเปลือกหม้อข้าวหม้อแกงลิงกันเลย

ศูนย์เรียนรู้การเพาะขยายพันธุ์พืชใกล้สูญพันธุ์ 

 

 

            หม้อข้าวหม้อแกงลิง

รองเท้านารีขาวสตูล (Paphiopedilum niveum)

ชื่อพฤกษศาสตร์ : Paphiopedilum niveum

ชื่อไทย : รองเท้านารีขาวสตูล, รองเท้านารีดอกขาว

เป็นกล้วยไม้ดินที่ขึ้นตามภูเขาหินปูน ใบค่อนข้างหนา ยาว 5-8 ซม. ปลายหยักมน ใบมีลายสีเขียวเข้มสลับเขียวอ่อน ด้านล่างใบมีประจุดสีม่วง ก้านช่อดอกยาวประมาณ 15 ซม. ดอกในช่อ 1-2 ดอก  ดอกสีขาว มีจุดประเล็กสีม่วงเข้มที่บริเวณโคนกลีบ ขนาดดอก 4-6 ซม. กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีประสีม่วงแกมแดงเป็นแนวยาวใกล้โคนกลีบ กลีบกระเป๋าผิวมัน ลำต้นสั้นแตกกอ ออกดอก ช่วงเมษายน–สิงหาคม พบตามภูเขาหินปูนในพื้นที่อุทยานธรณีโลกสตูลโดยทั่วไป

(ที่ข้อมูล: สำนักพิมพ์บ้านและสวน)

กลุ่มหม้อข้าวหม้อแกงลิง

จากความชอบเป็นชีวิตจิตใจในการสะสมและพยายามศึกษาเรียนรู้ขั้นตอนการเพาะหม้อข้าวหม้อแกงลิงของนายวรวิทย์ ควนข้องที่มีมาอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนโดยทั่วไปมาถึงปัจจุบัน

          ลักษณะหม้อข้าวหม้อแกงลิงเป็นไม้เลื้อย มีระบบรากที่ตื้นและสั้น สามารถสูงได้หลายเมตร มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์ทั้งจากเก็บออกมาขาย หรือบุกรุกป่าเพื่อที่ทำกิน จะมีลักษณะพิเศษโดยภายในหม้อจะบรรจุไปด้วยของเหลวที่พืชสร้างขึ้น อาจมีลักษณะเป็นน้ำหรือน้ำเชื่อม ใช้สำหรับให้เหยื่อจมน้ำตาย จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าในหม้อข้าวหม้อแกงลิงมีหลายชนิด ของเหลวจะบรรจุไปด้วยสารเหนียวที่ถูกผสมขึ้นเป็นสำคัญเพื่อใช้ย่อยแมลงในหม้อ

โดยปกติหม้อข้าวหม้อแกงลิงจะสร้างหม้อขึ้นมา 2 ชนิด คือหม้อล่างเป็นหม้อที่อยู่แถวๆโคนต้นมีขนาดใหญ่ สีสันสวยงาม อีกชนิดคือหม้อบนที่มีขนาดเล็ก ก้านหม้อจะลีบแหลม รูปทรงของหม้อจะเปลี่ยนไป และมีสีสันจืดชืดกว่า หรือความแตกต่างอีกอย่างคือ หม้อล่างทำหน้าที่ล่อเหยื่อและดูดซึมสารอาหารไปใช้ในการเจริญเติบโต ส่วนหม้อบน เมื่อโตขึ้น สูงขึ้น หม้อบนจะลดบทบาทการหาเหยื่อ แต่เพิ่มบทบาทการจับยึด โดยก้านใบจะม้วนเป็นวง เกาะเกี่ยวกิ่งไม้ข้างๆดึงเถาหม้อข้าวหม้อแกงลิงให้สูงขึ้นและมั่นคงขึ้นไม่โค่นล้มโดยง่าย

สนใจติดต่อ  นายวรวิทย์  ควนข้อง

หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘-๑๐๙๗๑๖๘๔

อัตราค่าบริการ ๖๐๐/ชั่วโมง